ผมฟันหลอมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ใส่ฟันปลอมมาตลอด

“ผมฟันหลอมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ใส่ฟันปลอมมาตลอด พี่โน้ตบอกให้ ถอดฟันเล่น ให้ดูเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง คนจะได้จำได้ เหมือนพี่กล้วย ถั่วแระ ปลาคาร์ฟ พี่โน้ตอัดให้ตลอด ปลูกฝืงดี จับไมค์อย่างนี้ อย่าจี้ปาก ยืนห่างยังไง ยืนเป็นปากฉลาม คน’นั่งข้างๆจะได้เห็นอะไร แกสอนทุกอย่าง เหมือนนักฟุตบอลส่งให้เตะ วิ่งไปหน้าประดู เขาเตะเองก็ได้ แต่เขาไม,เตะ เขาส่งมาให้เราเตะเข้าประดู เราจะได้เกิด”
และแน่นอน นอก’จากมีนักปัน’ที่ดี เขาเองก็ต้องเป็นดินที่ดีด้วย “ผมเป็นคนแปลกอย่าง ชอบเล่นมุขด้วยตัวเอง มั่วมั่ง จรีงมั่ง ถูกมั่ง ผิดมั่ง คือจะไม่จำคนอื่น เอาเยี่ยงแต่อย่าเอาอย่าง ถ้าเขาเล่น ก ไก่ เราเล่น ฮ นกถูก อย่างถ้าเพลงพี่เบิรัดเพลงแรกดัง เราแกะเพลงหน้าบีเล่นเลย เพราะตลกทุกคณะก็จะเล่นเพลงแรกเหมือนกันหมด เราทำตรงกันข้าม ตลอด หรืออย่างผมชอบแต่งตัวไม่เหมือนชาวบ้าน ตลกเมื่อก่อนใส่สูท ผมนี่ใล่กางเกงสามส่วนเป็นบิลลี่ โอแกน” นั้าเสียงสนุกเมื่อ1ได้’นึกย้อน กลับไปของเขา เชื้อเชิญให้เรายิ้มตามไปด้วย
เมื่อความสำเร็จมาเยือน เงินทองมาเยี่ยม ความโด่งดังมานั่งเป็นเพื่อน c belle ราคา เต่า เชิญยิ้ม ได้เล่นหนัง ตั้งคณะ ทำเทปวิดีโอตลก และออกอัลบั้มเพลง ถึง 3 ชุด เพลงอย่าง ฟันหลอผิดตรงไหน, คนนะ…ไม่ใช่แมว, เด็กมันยอม คือบทบันทึกหนึ่งปรากฏการณ์ของเขา
“โอ้โห! เงินดี เงินดีมาก ตอนนั้นผมเปลี่ยนรถเกือบ 50 คัน ขับเบื่อ แล้วเปลี่ยนเลย ชื้อสดตรงนั้น ก็ถึอเป็นข้อเสียนะ ตอนนี้ก็เลยหยุด ไม่เอา แล้ว ใครจะมองยังไงก็ช่างเขา”
“ชีวิตมันตลกครับ คนเรามันมีจน มีรวย มีทุกข์ มีทุกอย่าง วันนี้ ดูเหมือนมืความสุข c’belle pantip พรุ่งนี้มีความทุกข์แล้ว แต่พอเราเป็นตลก เราต้อง รับผิดชอบในหน้าที, ไม่ใช่เครียด ไม,เล่น นั่นคุณไม’ใช่คิลปินแล้ว คิลปิน ต้องลืม พอก้าวขึ้นหน้าเวทีปีบ ทุกอย่างข้างหลังลืมหมด ลงมาค่อยคิดถึง ปัญหาใหม่ เครียดรถจะโดนยืด แต่พอขึ้นไปเราเล่นเลย ไม่ต้องมาฉั่ง ตลกได้ทันที
“เพราะผมเป็นไอ้เต่า เป็นตลกที่คนรียกไอ้ ปาต๊อกสอนไว้ เขาเรียกไอ้ เพราะว่าเขารักเรา”
เรื่องดลกฃองคลก
ตอนเล่นตลกอยู่กับพี่โน้ต มรับงานแต่งหั๋ศูนย์การค้าเมโท? พอไปถึงปิบ เจอหน้าเจ้าภาพ อ้าว! เต่า เข้ามาๆ นั่งกินข้าวกับเขา เฮราปาร์ตี้มาก นั่งกินอยู่นาน พี่โน้ตก็โทรมา “เต่ามึงอยู่ไหนแล้ว” “อ้อ ผมก็นั่งอยู่ในงานเนึ่ย’’ ‘‘กูไม่เห็นเลย c belle cream mask กูอยู่mงเวที’’ ‘‘ผมก็ อยู่หลังเวที’’ คุยกันไปคุยกันมา สรุปว่าอยู่คนละงานกัน ผมมา ผิดงาน เจ้าภาพก็บอกไม่เป็นไร เต่าอิ่มยัง เอาอะไรปีกไหม ตีกโจะ!!!

c belle

“แล้วน้าโย่งก็เริ่มมืคนจำได้มากขึ้น” เราสรุป

“แล้วน้าโย่งก็เริ่มมืคนจำได้มากขึ้น” เราสรุป แต่คำตอบก็หักมุม เหมือนตบมุขบนเวที
“ยัง” น้าโย่งยิ้ม “เล่นไปเล่นมา อาฉีดัง บัดซบจริงๆ เลย โก๊ะมา โก๊ะดัง คนก็ไม่ได้ดูเราอีก เพราะคนจะดูแค่ตัว 1 ตัว 2 ตัว 3 เราอยู่ตัว ล่างๆ คนก็ไม่ดูเราหรอก จนกระทั่งเราค่อยๆ เล่นคำ เอาภาษาไทยมา พลิกควาพลิกหงาย เหมือนใช่ แต่ไม่จริง แล้วพอไปเห็นทอล์กโชว์ ก็รู้สีก ว่าพูดคนเดียวมันก็มีเสน่ห์เว้ย ก็พยายามปรับแนวให้พูดคนเดียวได้ ไปเล่น คาเฟ่ เราขึ้นไปพูดคนเดียว c belle ราคา ตบมุขเองอะไรเอง บางวันน้าโย่งพูดขนาด ชาวคณะไม,ได้เล่น เพราะเรียกขึ้นมาก็หมดเวลาแล้ว ทำอย่างนั้นจนมืคน ชวนไปจัดทอล์กโชว์” •เขาพยายาม
“เอาแต่ใจตัวเองมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่มันมีความสุขน่ะ ในชีวิต น้าโย่งนะ ครอบครัวพออยู่พอกินก็พอแล้ว ถ้าจะมั่งจะมืจะศรีจะสุขก็ทอว่า เป็นโชค แต่อยากจะทำในสิงที,คิด ที่ฝัน เพราะเราเสือกเดินทางนี้แล้ว ต้องพยายามอย่างเดียว คิดแค่ว่าถ้าเรายังพยายามอยู่ งานก็คงยังมืต่อไป ถ้าเราหยุดเมื่อไหร่ เราก็จบ เหมือนขยันชุด เราก็เจอบ่อนํ้า ถ้าเราหยุดชุด นํ้าบ่อนี้หมดเราก็ไม่ได้กินนํ้าแล้วนะ มันต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอด หาอะไร ใหม่ๆ ใล่ตัว น้าโย่งยังทำโน่นทำนี่เรื่อย เพลงน้าโย,งก็ทำ เว็บไซต์ก็ทำ ตังไม่ดังไม่เป็นไร แต่ต้องให้คนเห็น” •เขาพยายาม
ลี่งที่ตัวโจ๊กบนวิกลิเกในวันนั้น และตลก’ฝึปากเด่นในวันนี้มีคือ สิงเดียวกัน
ไม่ผิดใช่ไหม ที่เขาบอกว่ามีพระดี
เรื่องตลกของตลก
ตอนอยู่บ้านนอก ไม่ปีไฟฟ้า เวลากลางคืน ถ้าเดินเขาจะ มองดิน ตรงไหนทิ’เห็นขาวๆ c’belle pantipก็คือนั้า ตรงดำๆ คือคืน เวลาเห็น ขาวๆ เราก็อย่าเดินไป แต่ถ้าขี่จักรยาน ต้องมองฟ้า เพราะทิวไม้ สองข้างทางจะเป็นช่องให้ขี่ตามไป วันนั้นก็ขี่จักรยานนี่แหละ แล้วฐ’7 ก็ชนกับใครไม่^ โครม! มดกันมด ต่างคนต่างคว้าจักรยาน แล้วไปต่อ จนถึงทุกวันนี้ยังไม่![ว่าชนกับใคร ตกโจะ!!!
“พี่ปากเหม็นจริงหรอเปล่า”
กับคนที่พบหน้ากันครั้งแรก หากเริ่มทักด้วยประโยคนี้ คำตอบอาจ กลายเป็นกำปันงามๆ หรือไมกสัตว์เลื้อยคลานที่ชอบกินไก่ แต่กับ ถั่วแระ เชิญยิ้ม เขากลับตอบขำๆ
“ไม่รู้ดิ ยังระแวงตัวเองอยู่เหมือนกัน บางทีก็ต้องป้องกัน กลัวว่าเดี๋ยว เหม็นจริง” พูดเสร็จเขาเอามือป้องปากทดสอบกลิ่น ก่อนจะเล่าว่ามุขคลาสสิก ที่เล่นกันทั่วบ้านทั่วเมืองไม่ได้ง่ายเหมือนแกะถั่วแระเข้าปาก “มุขนี้เกิดขึ้น โดยฉับพลันในคณะพี่โน้ต เชิญยิ้ม พอเขาอำเรา c belle cream mask แอ็กตงของเรา’ได้ แล้ว สมาชิกที่เหลือก็เร็วมาก เดินเข้ามาอำผมทีละคน เล่นคนละเรื่อง แต่สรุป คือปากเหม็น เล่นกันสดๆ ไม,มีเตี๊ยม ต้องมีไหวพริบ”

c belle

ตลกไม่มีตำรา มันขึ้นอยู่กับวาสนา

“ตลกไม่มีตำรา มันขึ้นอยู่กับวาสนา มันมากกว่าพรสวรรค์ มันเป็น พรหมลิขิต” เขาเอ่ยบางประโยคที่เป็นมากกว่าเหตุผลของเล้นทางที่เสือกเดิน “บางคนมาเพื่อเงิน เพื่อโก้หรู เพื่อชื่อเสียง แต่อาชีพนี้ไม่เกี่ยวว่าต้องมีเงิน หรือจำเป็นต้องมีชื่อเสียง ศิลปะมันอยู่ในตัวคนคนนั้น ไม่มีใครพรากมัน ไปได้”
เมื่อเราถามตลกในวงการว่ายอมรับนับถือใคร ใครกันคือตลก-ของตลก ชื่อของเทพ โพธิ้งาม c belle ราคา มักจะเป็นคำตอบเสมอ
“เราไม่ได้รู้มากมายนักหรอก เราเล่นไปตามธรรมชาติของเรานี่แหละ เพียงแต่เมื่อไหร่ที่คุณเอาใจของคนดูมาใล่ระหว่างเล่นได้คุณจะเข้าใจ สนุก หรือไม่สนุกจะรู้เอง พยายามให้เข้าใจในศิลปะของตลกแล้วกัน การทำให้ คนหัวเราะมันง่าย แค่ออกมาแหกปาก กระเด้ากัน เอาปัญหามาทายก็ได้ มันมีสูตร แต่ถามว่าได้อะไร ภาคภูมิใจไหม ตัวคนเล่นได้แสดงความเป็น ศิลปินออกมาหรือเปล่า การทำให้คนขำไม่ยากหรอก แต่การทำให้คนขำ ด้วยวิถีแบบศิลปินมันยาก”
ด้วยวิถืที่เขาว่า ทำให้ตลกน้อยคนนักจะสามารถยืนหยัดบนเวที เคียงข้างเขา หากไม่นับตลกชั้นครูอย่างยุคสมัยคณะเด่นเด๋อเทพ หรือ สมัยคณะเทพเพชรธงจิ๋ม เห็นทีจะมีเพียงหมั๋า จ๊กมก เท่านั้นที,สามารถ ฉายแสงภายใต้ร่มเงาของเขา
“ทุกคนที่เคยเล่นกับเราจะเครียดมาก เพราะเราขึ้นไปเล่นสดๆ ไม่เตรียม ไม่มีนัดแนะ c’belle pantip ไปหาวัตชุดิบเอาหน้าเวที เราชอบเสียงมากกว่า มันได้อะไร ใหม่ๆ ทำให้เราขยัน เรามีความสุขเวลาอิมโพรไวล่อะไรออกมา เราไม่จำเป็น ต้องมาคอยจำ ก็พูดไปตามอารมณ์ของเรา ผิดถูกเสียงหัวเราะของคนดู จะบอกเราเอง แต่ตลกบางคนเขาไม่กล้า ต้องซ้อมจนแม่นยำ แต่เราว่ามัน ไม่ใช่ จรืงๆ ในอากาศมันมีอะไรให้เราไขว่คว้าเยอะแยะไปหมด มีทั้งดีไม่ดี อยู่ที่เราจะรู้จักมองแล้วคว้าเอามาหรือเปล่า บางคนคว้ามาได้แต่ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าเราไขว่คว้ามานานๆ เราจะมองออกง่ายกว่า แล้วเอามาทำให้มันสวยงาม
ประกอบเป็นตัวตนขึ้นมา ตลกคืออาชีพที่เอาความคิดมาขาย เอาอากาศ มาปันเป็นตัว”
แล้วเราสามารถแตกฉานบนเล้นทางตลกโดยขาดการ่ฝืกปรือได้ จริงหรือ-เราสงลัย
“มันก็แกจิตใจเรานี่ไง เราขึ้นเวทีไปรู้สีกประหม่าจะทำอย่างไรให้ จิตใจเป็นธรรมชาติที,สุด c belle cream mask บางคนอยู่บ้านพี,น้องบอกมันฮาทั้งวัน แต่ขึ้นไป บนเวทีขาลันพูดอะไรไม่ออก แล้วอยู่บ้านคุณทำได้ยังไง ทำไมชาวบ้าน เขาชอบคุณ ก็เอาใจตรงนั้นมาเล่นบนเวที เอาใจตอนอยู่กับพ่อแม่พี่น้อง ทีบ้านมาเล่น พอใจเราเป็นธรรมชาติทุกอย่างจะเป็นธรรมชาติหมด ธรรมชาติมันขำ ไม่เชื่อลองเดินหกล้มหัวที่มสิ ถ้าคนอื่นเห็นเขาจะขำ เพราะคุณไม่ได้แกล้ง ไม่ได้ตั้งใจ อะไรที่เป็นธรรมชาติมันขำไม่หายด้วยนะ ขำนาน เมื่อเวลาผ่านไปย้อนนึกก็ยังขำ”

c belle

คงเป็นเบสิกพื้นฐาน เราพบว่าในหนังแมสทุกซีนมันมีความหมาย

คงเป็นเบสิกพื้นฐาน เราพบว่าในหนังแมสทุกซีนมันมีความหมาย การเล่าหนังแมลมันคือสิงนั้น เราเรืยนรู้เรื่องนี้จากการทำงานที’ GTH มันทำให้เห็นโครงสร้างหนังชัดขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ชื่นซมหนังอํนดี้ ว่าเขาหักกฎยังไง c belle ราคา พอเราเห็นกรอบแล้วเราจะรู้วิธีกระโดดออกนอกกรอบ มากขึ้น เหมือนใช้อุปกรณ์เป็นมากขึ้น แล้วเราจะสร้างสรรดัสิงนั้นได้ มากขึ้น
คุณrVาไปทำที่ GTH ได้ยังโง
ตอนนั้นไม,มือะไรทำ ทำหนังสันมาสักพักก็คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรต่อ เลยคิดว่างั้นลองtเกงานค่ายหนังสักทีไปลองtเกตัดต่อกับพีเดียว (วิซชพัชร์โกจิ๋ว) เราก็เข้าไปยื่นพอร์ตให้พี่เขาดู แต่วันนั้นจอทีวีใน ห้องตัดต่อฉายหนังไม่ติด เลยต้องขึ้นไปใชัทีวีห้องพี่เก้ง (จํระ มะสิqล) ชื่งตรงนั้นพี่วรรณ (วรรณฤดี พงษ์สิทธิ้ตักดึ๋) ก็นั่งอยู่ เขาก็ดูหนังสันเรื่อง SEE พี่วรรณก็ อ้าว น้องคือคนทำเรื่องนี้เหรอ ตอนนั้นพี่เก้งเป็นกรรมการ ตัดสินงานแฟตVเล์มและพี่วรรณคง’ไปด้วยเลยเคยดูมาก่อน เขาก็สนใจ แล้วบอกว่าถ้าtl กตัดต่อเสร็จมาtเกงานเฃียนบทต่อมั้ย
ชีวิตคนiV ยนบทเป็บ่ไงบาง
ก่อนเข้า GTH ตอนนั้นเรายังเด็ก เราก็จะคิดว่าเดยวต้องเสียวิญญาณ independent แน่ๆ แต่ก็คิดว่าถ้าคิดแบบนี้ต่อไปก็จะโลกแคบอย่างนี้ไป c’belle pantip เรื่อยๆ พอทำไป 3-4 ปีก็รู้สึกคุ้ม เพราะเราได้เห็นกลไกของภาพยนตร์ จริงๆ เห็นวิธีการของหนังว่ามันทำอะไรกับคนดูยังไงบ้าง ดีที่พี่วรรณกับ พี่เก้งช่วยสอน มันเป็นการเปิดโลกครั้งยิ่งใหญ่ และเราว่าเราก็ยังไม่ได้ เสียวิญญาณ independent อะไรนะ
เรื่องไหนที่IVๆสอนแล้วเปิดโลกคุณมากที่สุด
วันนึงเขาเปิดหนัง Hotel Rwanda ให้ดู มือยู่ชีนนืงที่ดอน ซีเติล พระเอกของเรื่องชับรถทับศพ พอกลับมาที,โรงแรม ตอนจะใล่แอผ้าก็ มือลัน แล้วก็ร้องไห้ พี่เก้งกับพี่วรรณพยายามจะบอกว่า execution หรือ การเล่าด้วยภาพคืออะไร สมมติถ้าตัวละครเสียใจ execute ที่ง่ายสุดคือ ร้องไห้ แต่ execute ที่ลํ้าลึกคือ ตัวละครไม่ไต้ร้องไห้ แต่มันนอนไม่หลับ
คืนติด สิงนี้คืออาจุธหลักของการเขียนบท หนังแมสที่ดีล่วนใหญ่จะ เป็นแบบนั้น เล่าด้วยภาพและไม่ต้องพูดมาก execute มันใช้ได้ทุกอย่าง c belle cream mask เลยกับชีวิตคน พอรู้เรื่องบทเยอะๆ แล้วมันเชื่อมโยงกับชีวิตเยอะมาก
เชื่อมโยงยังไง
มองคนละเอียดขึ้น จะชั่วหรือดี ทุกคนก็มืเหตุผลของตัวเอง ถ้าเรา ไม,รู้เหตุผลของเขา เราก็จะมองเขาเป็นคนไม่ดี คนทะเลาะกันสองคน อาจจะถูกทั้งคู่ แต่ถ้าเราจับมายืนข้างกันในบางสถานการณ์มันก็จะมื คนผิดลักคน ซึ่งจริงๆ เขาไม่ไต้ผิด ไปยีนไกลๆ กันก็จบแล้ว มันทำให้ มองคนละเอียดขึ้น ลังเกตมากขึ้นเยอะ

c belle